MBK Group

TH EN
 หน้าแรก

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

 

คณะกรรมการของบริษัทฯ ต้องประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การทำงานจากหลากหลาย สาขา เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และอุทิศเวลาอย่างเต็มที่ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ เพื่อที่จะเอื้อ ประโยชน์ให้กับบริษัทฯ อย่างสูงสุด

1. โครงสร้างคณะกรรมการ

  1. มีจำนวนกรรมการของบริษัทฯ ตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่าห้าคน
  2. มีจำนวนกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
  3. มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด
  4. การแต่งตั้งกรรมการมีความโปร่งใส ชัดเจน และได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุม ผู้ถือหุ้น หรือคณะกรรมการ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบวาระ

2. ความเป็นอิสระของคณะกรรมการ

กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งสอดคล้องตามที่ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์กำหนด ตามรายละเอียดในหัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ” หน้าที่ 104

ในปี 2559 บริษัทฯ มีกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.00 ได้แก่

  1. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช
  2. นางประคอง ลีละวงศ์
  3. นายประชา ใจดี
  4. นางผาณิต พูนศิริวงศ์

3. กรรมการที่เป็นผู้บริหาร

กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงานตามประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 28/2551 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ กำหนดกรรมการที่เป็นผู้บริหารหมายความว่ากรรมการที่ดำ􀄞 รงตำ􀄞 แหน่งเปน็ ผ้บู ริหาร กรรมการมีหน้าทีรั่บผิดชอบในการดำ􀄞 เนินการใดๆ เยี่ยงผ้บู ริหาร และให้หมายความรวมถึงกรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพัน เว้นแต่จะแสดงไว้ว่าเป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้ว และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น ในปี 2559 บริษัทฯ มีกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.00 ได้แก่ นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล

4. กรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทฯ

กรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทฯ ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัทฯ ได้แก่

  1. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
  2. นายหัชพงศ์ โภคัย

โดยกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทฯ

5. บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัทฯ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบจัดการงานทั้งปวงของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมายวัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัทฯ รวมทั้งมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

6. คณะกรรมการเฉพาะเรื่องต่างๆ

คณะกรรมการบริษัทฯ แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่องต่างๆ ขึ้น เพื่อช่วยในการบริหารจัดการงานที่สำคัญ การศึกษาในรายละเอียดและกลั่นกรองงานตามความจำเป็นและเหมาะสม ดังนี้

  1. คณะกรรมการบริหาร
  2. คณะกรรมการตรวจสอบ
  3. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
  4. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  5. คณะกรรมการชุดต่าง ๆ

โดยกำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการแต่ละเรื่องให้เป็นไปตาม ตลท. กำหนด และกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดขอบเขต หน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องชุดต่าง ๆ อย่างชัดเจน และกำหนดให้มีรายงานผลให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ทราบทุกครั้ง

7. การดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาความเหมาะสมของการจัดสรรเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการแต่ละท่านที่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในการกำกับดูแลให้แต่ละบริษัทมีนโยบาย และดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม จึงได้กำหนดนโยบายให้กรรมการบริษัทฯ ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ไม่เกิน 5 แห่งโดย ไม่มีข้อยกเว้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายในการดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นของ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ให้ดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ไม่เกิน 3 แห่ง ทั้งนี้ ไม่นับรวมบริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุนของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเข้าไปกำกับดูแลการบริหารงาน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและให้การบริหารจัดการงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ในปี 2559 ไม่มีคณะกรรมการบริษัทฯ ที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารของบริษัทฯ ไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นที่อยู่นอกกลุ่มธุรกิจมากกว่า 2 แห่ง

8. การแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการบริษัทฯ กับฝ่ายจัดการ

บริษัทฯ ได้กำหนด และแยกอำนาจของคณะกรรมการบริษัทฯ และของฝ่ายจัดการในระดับต่างๆ ได้อย่างชัดเจนโดยประธานกรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการของบริษัทฯ เป็นคนละคนกัน อีกทั้งบริษัทฯ ได้มีการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ระหว่างประธานกรรมการ กับกรรมการผู้อำนวยการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการบริหารจัดการ และได้จัดให้มีระบบการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการกับฝ่ายจัดการ ดยเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างกันตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ รวมทั้งการบริหารงานมีการจัดแบ่งระดับและอำนาจในการตัดสินใจอย่างมีแบบแผน โดยฝ่ายจัดการมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ หรือการบริหารจัดการภายใต้อำนาจดำเนินการที่กำหนดไว้ ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการจัดทำคู่มืออำนาจดำเนินการขึ้นเพื่อกำหนดบทบาทและอำนาจในการบริหารจัดการให้ฝ่ายจัดการใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติโดยจะมีการปรับปรุงคู่มืออำนาจดำเนินการให้มีความเหมาะสม ทันสมัย ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้คณะกรรมการได้มีการติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

9. การอบรมและพัฒนาความรู้กรรมการ

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการอบรมและการพัฒนาอย่างสม􀄞่ำเสมอ โดยกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ทุกท่านจะได้รับทราบการปฐมนิเทศเพื่อรับข้อมูลต่างๆ ของบริษัทฯ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ เป้าหมาย หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับบริษัทฯ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จริยธรรมทางธุรกิจ จรรยาบรรณของกรรมการ และข้อมูลธุรกิจของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง กฎระเบียบต่างๆ อย่างเพียงพอก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้ง บริษัทฯ ได้สนับสนุนและส่งเสริมให้กรรมการทุกท่านเข้ารับการอบรมและพัฒนาความรู้ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการทั้งที่จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ สถาบันอื่นๆ บริษัทฯ มีการแจ้งหลักสูตรการอบรมต่างๆ ให้กรรมการทราบล่วงหน้าอย่างสม􀄞่ำเสมอ เพื่อช่วยให้กรรมการสามารถทำหน้าที่และกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรรมการได้ผ่านการฝึกอบรมจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้แก่

ชื่อกรรมการ ชื่อหลักสูตรฝึกอบรมจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
1. นายบันเทิง ตันติวิท - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Role of the Compensation Committee (RCC)
- หลักสูตร Role of the Chairman Program (RCP)
- หลักสูตร Financial Institutions Governance Program (FGP)
3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Directors Certification Program (DCP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
4. นางประคอง ลีละวงศ์ - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Directors Certification Program (DCP)
5. นายประชา ใจดี - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
6. นางผาณิต พูนศิริวงศ์ - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Directors Certification Program (DCP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
- หลักสูตร Role of the Compensation Committee (RCC)
7. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
8. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล - หลักสูตร Directors Certification Program (DCP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
- หลักสูตร Successful Formulation & Execution of Strategy (SFE)
9. นายหัชพงศ์ โภคัย - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
10. นายอติพล ตันติวิท - หลักสูตร Directors Certification Program (DCP)

ทั้งนี้ ในปี 2559 คณะกรรมการบริษัท ได้มีการเข้าอบรมหลักสูตร เพื่อเป็นการส่งเสริม และพัฒนาความรู้ของกรรมการอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

ชื่อกรรมการ ชื่อหลักสูตรฝึกอบรม สถาบัน วันที่อบรม
1. นายบันเทิง ตันติวิท การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559
2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559
3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559
4. นางประคอง ลีละวงศ์ การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559
5. นายประชา ใจดี การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559
6. นางผาณิต พูนศิริวงศ์ การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559
7. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559
8. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559
หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน (วพน.) รุ่น 8 สถาบันวิทยาการพลังงาน พฤษภาคม-กันยายน 2559
9. นายหัชพงศ์ โภคัย การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559
English for Executive โดย Mr.James Victor Woodward บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด มกราคม - กรกฎาคม และ พฤศจิกายน - ธันวาคม 2559
การวางแผนกลยุทธ์เพื่อความเป็นเลิศในการแข่งขัน ดร.ขจรวุฒิ นำศิริกุล mบริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 26 กุมภาพันธ์ 2559
MBK Brand Re-Engineering ดร.เอกก์ ภทรธรกุล บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 1 เมษายน 2559
การจัดการความรู้ (Quinn Condo) อ.กิตติพัทธ์ จิรวัสวงศ์ บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 22 เมษายน 2559
ดูงานบ้านพักคนชรา และหมู่บ้านประหยัดพลังงาน และระบบการก่อสร้างบ้านสำเร็จรูป มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย 11 - 16 ธันวาคม 2559
การศึกษาความเป็นไปด้านการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ดร.พันธ์ณภัทร์ เศวตภาณุวงศ์ บริษัท เอ็ม บี เค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 26 - 27 ธันวาคม 2559
10. นายอติพล ตันติวิท การเป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดย ดร.บัณฑิต นิจถาวร (IOD) 13 กรกฎาคม 2559

10. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ และภารกิจของบริษัทฯ รวมทั้งทิศทางการดำเนินธุรกิจ นโยบายกลยุทธ์และเป้าหมายต่างๆ ของบริษัทฯ อย่างชัดเจน โดยกำหนดให้มีการทบทวนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ฝ่ายจัดการได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนงานต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ และงบประมาณ รวมทั้งการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่องให้แก่บริษัทฯ ต่อไป

ในปี 2559 บริษัทฯ ได้ทบทวนและกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจ ดังนี้

  • วิสัยทัศน์ “กลุ่มบริษัท ชั้นนำของประเทศที่เติบโตอย่างมั่นคง มุ่งมั่นในการประกอบธุรกิจและการลงทุน ที่ให้ผลตอบแทนอย่างยั่งยืน”
  • ภารกิจ “กลุ่มบริษัท ที่ประกอบธุรกิจ และการลงทุนอย่างมีศักยภาพ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนอย่างยั่งยืนด้วยการบริหารงานอย่างมืออาชีพ มุ่งเน้นสร้างความมั่งคั่ง ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจ แก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

นโยบายการทบทวนกลยุทธ์ วิสัยทัศน์และภารกิจ

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จะกำหนด/ทบทวน วิสัยทัศน์ ภารกิจ กลยุทธ์และแผนปฏิบัติการเป็นประจำทุกปี โดยกำหนดกรอบเวลาของการวางแผนระยะยาวไว้ที่ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและวงจรการลงทุนของธุรกิจ ทั้งนี้จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุุมัติก่อนดำเนินการ และในทุกไตรมาสจะทบทวนผลการดำเนินงาน เพื่อให้องค์กรปรับตัวทัน ต่อสถานการณ์และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีคณะกรรมการบริหารแผนกลยุทธ์และดัชนีชี้วัดความสาเร็จระดับกลุ่มบริษัทเป็นผู้พิจารณาผลการดำเนินงานดังกล่าว โดยในปี 2560-2564 ได้กำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (Strategic Goals) ของบริษัทฯ ดังนี้

  1. กลุ่มธุรกิจชั้นนำที่ส่งมอบความสุขด้วยการให้บริการที่ตอบสนองต่อทุกการดำเนินชีวิต โดยการประกอบธุรกิจที่ครอบคลุมความสุขของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจกอล์ฟ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจอาหาร ธุรกิจการเงิน และ ธุรกิจอื่นๆ เป็นต้น
  2. บริหารสัดส่วนของ Business Portfolio อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนโดยรวมสูงสุด ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  3. มีอัตราการเติบโตของรายได้ และกำไรสุทธิมากกว่า 10% ต่อปี อย่างต่อเนื่อง
  4. เป็นกลุ่มบริษัทที่มีจิตบริการต่อลูกค้าด้วยกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
  5. เป็นกลุ่มบริษัท ที่คู่ค้าและพนักงานต้องการร่วมงานด้วยในอันดับต้น

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทฯได้กำหนดให้มีกระบวนการในการติดตาม และประเมินผลในการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการวิเคราะห์ อาทิ SWOT Analysis, GAP Analysis ฯลฯ เพื่อประกอบการวางแผนกลยุทธ์ประจำปี นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการถ่ายทอดแผนปฏิบัติการไปสู่การปฏิบัติ โดยนำ KPI ในระดับองค์กรถ่ายทอดลงสู่ระดับ สาย/ฝ่าย/แผนก/บุคคล (ระดับ ผจก. ขึ้นไป) ตามลำดับ อีกทั้งบริษัทฯ ยังนำความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียไปเป็นข้อมูลสำหรับกำหนดกลยุทธ์ที่สร้างสมดุลกับความต้องการ/ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้มั่นใจว่าแผนปฏิบัติการจะสามารถบรรลุได้อย่างมีประสิทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุดในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ได้และมีการนำ Software KPI มาบันทึกแผนงานและ KPI เพื่อใช้ในการติดตามและรายงานผล หากไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จะมีการหาแนวทางการแก้ไข ผ่านคณะกรรมการบริหารแผนกลยุทธ์และดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าว จะนำไปใช้ในการประเมินผลงานประจำปีต่อไป

ทั้งนี้ ในปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) มีการทบทวนกลยุทธ์ วิสัยทัศน์และภารกิจ ให้สอดคล้องกับผลการดำเนินการ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เพื่อนำไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งหวังของบริษัทฯ

11. เลขานุการบริษัทฯ

รายละเอียดในหัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ” หน้าที่ 110

12. แผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) และความต่อเนื่องในการบริหารงานที่เหมาะสม ตั้งแต่ตำแหน่งระดับผู้บริหารฝ่ายงานขึ้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายธุรกิจ โดยดูแลให้มีการประเมินประสิทธิภาพและศักยภาพของผู้บริหาร ส่งเสริมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะให้เหมาะสม รวมทั้งติดตามผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

13. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

ค่าตอบแทนกรรมการ

คณะกรรมการมีนโยบายและหลักเกณฑ์ให้ค่าตอบแทนคณะกรรมการ และคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสอดคล้องกับภาระหน้าที่ของกรรมการ ที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้บริษัทฯ ต้องสรรหากรรมการที่มีประสบการณ์ และมีคุณสมบัติเหมาะสม รวมทั้งมีนโยบายที่จะกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการแต่ละคน ที่สะท้อนภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบของแต่ละคน สถานะทางการเงินของบริษัทฯ และระดับอัตราค่าตอบแทน โดยเปรียบเทียบได้กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีขนาดใกล้เคียงกันตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี ได้มีการทบทวนค่าตอบแทนกรรมการเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ การจ่ายผลตอบแทนแก่คณะกรรมการเป็นการจ่ายในลักษณะของเบี้ยประชุม บำเหน็จกรรมการหรือผลตอบแทนรูปอื่น และกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการเฉพาะเรื่องต่างๆ เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร เป็นต้น จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี

ค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง

บริษัทฯ มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำทุกปีบนพื้นฐานของระบบ PMS (Performance Management System) ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยในการประเมินงาน 2 ด้าน คือ (1) ตัวชี้วัดผลงานหลัก (Key Performance Indicators : KPIs) เป็นภารกิจสำคัญที่ได้รับการถ่ายทอดจากบริษัทฯ ในแต่ละปีที่สนับสนุน เป้าหมาย กลยุทธ์ ผลการดำเนินงาน และผลการปฏิบัติงานด้านการเงินของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้บริหาร และ (2) สมรรถนะในการทำงาน (Competency) เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินความสามารถของผู้ปฏิบัติงานเชิงพฤติกรรม ซึ่งกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนแสดงออกในขณะปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ บรรลุเป้าหมายอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

การจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้บริหารระดับสูงได้จ่ายเป็นเงินเดือนโบนัสหรือผลตอบแทนรูปแบบอื่นตามผลการดำ􀄞 เนินงานของบริษัทฯ และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ซึ่งเปรียบเทียบได้กับเกณฑ์มาตรฐานในอุตสาหกรรมเดียวกัน

สำหรับค่าตอบแทนกรรมการผู้อำนวยการ ได้กำหนดภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม และสมเหตุสมผลโดยคำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยมีคณะกรรมการการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณา

ซึ่งค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารประจำปี 2559 บริษัทฯ ได้แสดงอยู่ในหัวข้อการจัดการ ในหน้าที่ 117-118

14. การประชุมคณะกรรมการ

บริษัทฯ ได้ก􀄞ำหนดการประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริษัทฯ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบ ได้มีก􀄞ำหนดการประชุมไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นทางการตลอดทั้งปี โดยจัดให้มีการประชุมเป็นประจ􀄞ำเดือนละครั้ง และอาจมีการจัดประชุมวาระพิเศษเป็นการเฉพาะเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อรับทราบและติดตามผลการด􀄞ำเนินงานในเรื่องต่างๆ ของบริษัทฯโดยบริษัทฯ จะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมวาระการประชุมให้กรรมการแต่ละท่านล่วงหน้าก่อนวันประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อย่างน้อย 5 วันท􀄞ำการ เพื่อให้กรรมการมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุม ในการประชุมคณะกรรมการสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผยและเป็นอิสระ รวมทั้งมีการจดบันทึกการประชุมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อจัดเก็บไว้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้ตรวจสอบอ้างอิงต่อไป ส่วนคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะจัดให้มีการประชุมเมื่อมีการสรรหาบุคคลเข้าด􀄞ำรงต􀄞ำแหน่งกรรมการ การพิจารณาผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อ􀄞ำนวยการ ส่วนคณะกรรมการก􀄞ำกับดูแลกิจการจะจัดให้มีการประชุมเมื่อมีการพิจารณา ทบทวน นโยบายการก􀄞ำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการสอบทานการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นต้น ซึ่งในปี 2559 นี้ คณะกรรมการชุดต่างๆ ได้จัดให้มีการประชุมขึ้นตามที่ก􀄞ำหนดขอบเขตหน้าที่ไว้อย่างสม􀄞่ำเสมอ

การเข้าประชุมของคณะกรรมการชุดปัจจุบันของบริษัทฯ ประจำปี 2559

  การประชุมคณะกรรมการ (การเข้าร่วมประชุม / การประชุมทั้งหมด)
รายชื่อ
คณะกรรมการ
บริษัท
รวม 12 ครั้ง
คณะกรรมการ
บริหาร
รวม 12 ครั้ง
คณะกรรมการ
ตรวจสอบ
รวม 16 ครั้ง
คณะกรรมการ
สรรหาและ
พิจารณา
ค่าตอบแทน
รวม 2 ครั้ง
คณะกรรมการ
กำกับดูแล
กิจการที่ดี
รวม 1 ครั้ง
1. นายบันเทิง ตันติวิท
12/12
12/12
-
-
1/1
2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์
12/12
11/12
-
2/2
1/1
3. ศาสตราจารย์ไพจิตร โรจนวานิช
12/12
-
16/16
-
1/1
4. นางประคอง ลีละวงศ์
11/12
-
14/16
-
1/1
5. นายประชา ใจดี
12/12
-
15/16
2/2
1/1
6. นางผาณิต พูนศิริวงศ์
11/12
-
-
1/2
1/1
7. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร
12/12
12/12
-
-
1/1
8. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
12/12
12/12
-
-
1/1
9. นายหัชพงศ์ โภคัย
12/12
-
-
-
1/1
10. นายอติพล ตันติวิท
12/12
-
-
-
1/1

หมายเหตุ คณะกรรมการชุดปัจจุบัน:

  • คณะกรรมการบริหาร จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 1, 2, 7 และ 8
  • คณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 3, 4 และ 5
  • คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 2, 5 และ 6
  • คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี จำนวน 10 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 1-10

นอกจากนี้ ในปี 2559 บริษัทฯ ยังมีนโยบายให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (Non Executive Director : NED) มีโอกาสประชุมระหว่างกันเอง เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมประชุมด้วย โดยตั้งแต่ปี 2560 ให้มีการจัดประชุมปีละ 2 ครั้ง

สำหรับในปี 2559 เป็นปีแรกทีอนุมัติให้เริ่มมีจัดประชุม จึงได้เริ่มมีการจัดประชุมในเดือนธันวาคมจำนวน 1 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารมีการอภิปรายและร่วมแสดงความเห็นร่วมกัน