MBK Group

TH EN
ร่วมงานกับเรา  หน้าแรก

ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

 

คณะกรรมการของบริษัท ต้องประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การทำงานจากหลากหลายสาขา เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและอุทิศเวลาอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบ เพื่อที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทฯ อย่างสูงสุด

1. โครงสร้างคณะกรรมการ

  1. มีจำนวนกรรมการของบริษัทตามที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นกำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าห้าคน
  2. มีจำนวนกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ
  3. มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด
  4. การแต่งตั้งกรรมการมีความโปร่งใส ชัดเจน และได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนครบวาระ

2. ความเป็นอิสระของคณะกรรมการ

กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติ ตามที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งสอดคล้องตามที่ ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด ตามรายละเอียดใน หัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ” หน้าที่ 113

ในปี 2563 บริษัทฯ มีกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40.00 ได้แก่

  1. นายกษมา บุณยคุปต์
  2. นายประชา ใจดี
  3. นายสุวิชญ โรจนวานิช
  4. นางผาณิต พูนศิริวงศ์

3. กรรมการที่เป็นผู้บริหาร

กรรมการที่เป็นผู้บริหาร หมายถึง กรรมการที่มีส่วนร่วมในการบริหารงานตามประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 28/2551 เรื่อง การขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ กำหนดกรรมการที่เป็นผู้บริหารหมายความว่า กรรมการที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหาร กรรมการมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการใดๆ เยี่ยงผู้บริหาร และให้หมายความรวมถึงกรรมการที่มีอำนาจลงนามผูกพัน เว้นแต่จะแสดงไว้ว่าเป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้ว และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น ในปี 2563 บริษัทฯ มีกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.00 ได้แก่ นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล

4. กรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทฯ

กรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัทฯ ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับบริษัทฯ ได้แก่

  1. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
  2. นายหัชพงศ์โภคัย

โดยกรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทฯ

5. บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริษัท มีอำนาจ หน้าที่รับผิดชอบจัดการงานทั้งปวงของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามกฎหมายวัตถุประสงค์และข้อบังคับของบริษัทฯ รวมทั้งมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

6. คณะกรรมการเฉพาะเรื่องต่างๆ

คณะกรรมการบริษัท แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่องต่างๆ ขึ้น เพื่อช่วยในการบริหารจัดการงานที่สำคัญ การศึกษาในรายละเอียดและกลั่นกรองงานตามความจำเป็นและเหมาะสม ดังนี้

  1. คณะกรรมการบริหาร
  2. คณะกรรมการตรวจสอบ
  3. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
  4. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  5. คณะกรรมการชุดต่างๆ

โดยกำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการแต่ละเรื่องให้เป็นไปตาม ตลท. กำหนด และกรรมการบริษัท ได้กำหนดขอบเขต หน้าที่ความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องชุดต่างๆ อย่างชัดเจน และกำหนดให้มีรายงานผลให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ทราบทุกครั้ง

7. การดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัท ได้พิจารณาความเหมาะสมของการจัดสรรเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการแต่ละท่านที่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่างๆ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในการกำกับดูแลให้แต่ละบริษัทมีนโยบาย และดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจให้เกิดประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม จึงได้กำหนดนโยบายให้กรรมการบริษัท ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ไม่เกิน 5 แห่ง ทั้งนี้ไม่นับรวมบริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุนของบริษัท ซึ่งมีความจำเป็นต้อง เข้าไปกำกับดูแลการบริหารงานโดยไม่มีข้อยกเว้น

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายในการดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ให้ดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ไม่เกิน 3 แห่ง ทั้งนี้ ไม่นับรวมบริษัทย่อย บริษัทในเครือ และบริษัทร่วมทุนของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องเข้าไปกำกับดูแลการบริหารงาน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและให้การบริหารจัดการงานของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ในปี 2563 ไม่มีคณะกรรมการบริษัท ที่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารของบริษัทฯ ไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นที่อยู่ นอกกลุ่มธุรกิจมากกว่า 2 แห่ง

8. การแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการบริษัทฯ กับฝ่ายจัดการ

บริษัทฯ ได้กำหนด และแยกอำนาจของคณะกรรมการบริษัทและของฝ่ายจัดการในระดับต่างๆ ได้อย่างชัดเจน โดยประธานกรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการของบริษัทฯ เป็นคนละคนกัน อีกทั้งบริษัทฯ ได้มีการแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ระหว่างประธานกรรมการกับกรรมการผู้อำนวยการอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการบริหารจัดการและได้จัดให้มีระบบการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการกับฝ่ายจัดการ โดยเป็นไปตามหลักการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างกันตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ รวมทั้งการบริหารงานมีการจัดแบ่งระดับและอำนาจในการตัดสินใจอย่างมีแบบแผน โดยฝ่ายจัดการมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ หรือการบริหารจัดการภายใต้อำนาจดำเนินการที่กำหนดไว้ ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการจัดทำคู่มืออำนาจดำเนินการขึ้น เพื่อกำหนดบทบาทและอำนาจในการบริหารจัดการให้ฝ่ายจัดการใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติโดยจะมีการปรับปรุงคู่มืออำนาจดำเนินการให้มีความเหมาะสม ทันสมัย ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้คณะกรรมการได้มีการติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

9. การอบรมและพัฒนาความรู้กรรมการ

บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในเรื่องการอบรมและการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ โดยกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ทุกท่านจะได้รับทราบการปฐมนิเทศเพื่อรับข้อมูลต่างๆ ของบริษัทฯ เช่น วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ เป้าหมาย หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับบริษัทฯ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีจริยธรรมทางธุรกิจ จรรยาบรรณของกรรมการและข้อมูลธุรกิจของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง กฎระเบียบต่างๆ อย่างเพียงพอก่อนปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้ง บริษัทฯ ได้สนับสนุนและส่งเสริมให้กรรมการทุกท่านเข้ารับการอบรมและพัฒนาความรู้ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการทั้งที่จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ สถาบันอื่นๆ บริษัทฯ มีการแจ้งหลักสูตรการอบรมต่างๆ ให้กรรมการทราบล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้กรรมการสามารถทำหน้าที่และกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรรมการได้ผ่านการฝึกอบรมจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ได้แก่

ชื่อกรรมการ ชื่อหลักสูตรฝึกการอบรมจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
1. นายบันเทิง ตันติวิท - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Role of the Compensation Committee (RCC)
- หลักสูตร Role of the Chairman Program (RCP)
- หลักสูตร Financial Institutions Governance Program (FGP)
3. นายกษมา บุณยคุปต์ - หลักสูตร Directors Certification Program (DCP)
4. นายประชา ใจดี - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
5. นายสุวิชญ โรจนวานิช - หลักสูตร Directors Certification Program (DCP)
6. นางผาณิต พูนศิริวงศ์ - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
- หลักสูตร Director Certification Program (DCP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
- หลักสูตร Role of the Compensation Committee (RCC)
7. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
8. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล - หลักสูตร Directors Certification Program (DCP)
- หลักสูตร Audit Committee Program (ACP)
- หลักสูตร Successful Formulation & Execution of Strategy (SFE)
9. นายหัชพงศ์ โภคัย - หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP)
10. นายอติพล ตันติวิท - หลักสูตร Director Certification Program (DCP)

ทั้งนี้ในปี 2563 คณะกรรมการบริษัท ได้มีการเข้าอบรมหลักสูตรเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ของกรรมการ อย่างต่อเนื่อง ดังนี้

ชื่อกรรมการ ชื่อหลักสูตรฝึกอบรม สถาบัน วันที่อบรม
1. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล Effective Coaching & Mentoring บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 29 มกราคม 2563
  Digital Transformation บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 15 มิถุนายน 2563
  การวิเคราะห์อัตรากำลังสำหรับ องค์กรยุคใหม่ บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 23 มิถุนายน 2563
  การปรับเปลี่ยนอย่างไร ให้อยู่รอด ในสถานการณ์ปัจจุบัน บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 9 ตุลาคม 2563
  Just Right...ใช่เลย! บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 10 พฤศจิกายน 2563
  Agile leader บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 12 พฤศจิกายน 2563
  หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านองค์ความรู้และความร่วมมือทางธุรกิจจีน Top Executive Program on China Business Insights and Network (TEPCIAN) มหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง (BLCU) หอการค้าไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 9 พฤศจิกายน 2562 ถึง 3 พฤศจิกายน 2563
2. นายหัชพงศ์ โภคัย Executive Coaching&Mentoring บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 29 มกราคม 2563
Onbosrding YourNextU 6 มีนาคม 2563
Digital transformation บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 15 มิถุนายน 2563
ข้อกำหนด ISO 9001:2015 (Online E-Learning) บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 26 มิถุนายน 2563
Just Right Beyond COVID-19 บริษัท เอ็ม บีเค เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 10 พฤศจิกายน 2563

10. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจของบริษัทฯ รวมทั้งทิศทางการดำเนินธุรกิจ นโยบายกลยุทธ์และเป้าหมายต่างๆ ของบริษัทฯ อย่างชัดเจน โดยกำหนดให้มีการทบทวนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ฝ่ายจัดการได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนงานต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจและงบประมาณ รวมทั้งการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่องให้แก่บริษัทฯ ต่อไป

ในปี 2563 บริษัทฯ ได้ทบทวนและกำหนดวิสัยทัศน์และภารกิจ ดังนี้

วิสัยทัศน์ “กลุ่มบริษัทชั้นนำของประเทศโดยมุ่งมั่นในการประกอบธุรกิจและการลงทุนที่เติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผลตอบแทนอย่าง สม่ำเสมอ”

ภารกิจ

  1. มุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ
  2. ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ
  3. ดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าอย่างมีระบบและเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
  4. สร้างแบรนด์และภาพลักษณ์องค์กรอย่างต่อเนื่อง
  5. พัฒนางานด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง
  6. มุ่งเน้นการให้บริการโดยเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
  7. เสริมสร้างและพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับการขยายธุรกิจและเกิดความผูกพัน
  8. พัฒนาธุรกิจด้วยดิจิทัลและนวัตกรรม
  9. บริหารงาน โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

นโยบายการทบทวนกลยุทธ์ วิสัยทัศน์และภารกิจ

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จะทบทวนวิสัยทัศน์ภารกิจกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการเป็นประจำทุกปี โดยกำหนดกรอบเวลาของการวางแผนระยะยาวไว้ที่ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและวงจรการลงทุนของธุรกิจ ทั้งนี้จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการและในทุกเดือนจะทบทวนผลการดำเนินงาน เพื่อให้องค์กรปรับตัวทันต่อสถานการณ์และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการบริษัท เป็นผู้พิจารณาผลการดำเนินงานดังกล่าวโดยในปี 2563-2567 ได้กำหนดเป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ของบริษัทฯ ดังนี้

  1. บริหารสัดส่วนของ Business Portfolio อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. สร้างอัตราการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิอย่างสม่ำเสมอ
  3. เพิ่มแหล่งเงินทุนที่มีศักยภาพ รองรับการลงทุนของกลุ่มบริษัท
  4. มุ่งเน้นพัฒนาการให้บริการลูกค้าที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจตาม Service Standard เพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้าในทุกช่องทางที่มาสัมผัส
  5. เป็นกลุ่มบริษัทที่มีจิตบริการต่อลูกค้าด้วยกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
  6. มุ่งเน้นการพัฒนากลยุทธ์การตลาดของทุกกลุ่มธุรกิจผ่านดิจิทัล เพื่อตอบสนองพฤติกรรมของทุกกลุ่มลูกค้า
  7. มุ่งเน้นการพัฒนาระบบ CRM เพื่อต่อยอดความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดให้มีกระบวนการในการติดตามและประเมินผลในการวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ มีการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศ โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลายในการวิเคราะห์ อาทิ SWOT Analysis, GAP Analysis รวมทั้งมีการนำข้อมูลด้านนวัตกรรมมาใช้ประกอบการวางแผนกลยุทธ์ประจำปี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนอย่างแท้จริงแก่องค์กร นอกจากนี้บริษัทฯได้มีการถ่ายทอดแผนปฏิบัติการไปสู่การปฏิบัติโดยนำ KPI ในระดับองค์กร ถ่ายทอดลงสู่ระดับ สาย/ฝ่าย/แผนก/บุคคล ตามลำดับ อีกทั้งบริษัทฯ ยังนำความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียไปเป็นข้อมูลสำหรับกำหนดกลยุทธ์ที่สร้างสมดุลกับความต้องการ/ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้มั่นใจว่าแผนปฏิบัติการจะสามารถบรรลุได้อย่างมีประสิทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุดในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ ได้นำ Software KPI มาบันทึกแผนงานและ KPI เพื่อใช้ในการติดตามและรายงานผล หากไม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้จะมีการหาแนวทางการแก้ไขผ่านคณะกรรมการบริหาร ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าวจะนำไปใช้ในการประเมินผลงานประจำปีต่อไป

11. เลขานุการบริษัทฯ

12. แผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทฯ

คณะกรรมการบริษัท ได้มีการวางแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) และความต่อเนื่องในการบริหารงานที่เหมาะสมตั้งแต่ตำแหน่งระดับผู้บริหารฝ่ายงานขึ้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายธุรกิจ โดยดูแลให้มีการประเมินประสิทธิภาพและศักยภาพของผู้บริหาร ส่งเสริมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะให้เหมาะสม รวมทั้งติดตามผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการเป็นผู้รายงานผลการดำเนินตามแผนสืบทอดตำแหน่งของผู้บริหารระดับสูง (ผู้ดำรงตำแหน่งระดับบริหาร 4 รายแรก นับต่อจากผู้บริหารสูงสุดลงมา ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่ากับผู้ดำรงตำแหน่งระดับบริหารรายที่ 4 ทุกราย) ต่อคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนและคณะกรรมการบริษัทรับทราบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

13. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง

ค่าตอบแทนกรรมการ

คณะกรรมการมีนโยบายและหลักเกณฑ์ให้ค่าตอบแทนคณะกรรมการ และคณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสอดคล้องกับภาระหน้าที่ของกรรมการที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ และเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำให้บริษัทฯ ต้องสรรหากรรมการที่มีประสบการณ์และมีคุณสมบัติเหมาะสม รวมทั้งมีนโยบายที่จะกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการแต่ละคน ที่สะท้อนภาระหน้าที่และความรับผิดชอบ สถานะทางการเงิน ของบริษัทฯ และระดับอัตราค่าตอบแทน โดย เปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯที่มีขนาดใกล้เคียงกันหรืออุตสาหกรรมเดียวกัน ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีได้มีการทบทวนค่าตอบแทนกรรมการเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้การจ่ายผลตอบแทนแก่คณะกรรมการเป็นการจ่ายในลักษณะของเบี้ย ประชุม บำเหน็จกรรมการหรือผลตอบแทนรูปอื่น และกรรมการที่ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการเฉพาะเรื่องต่างๆ เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหาร เป็นต้น จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มตามความเหมาะสม ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี

โดยที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 มีมติอนุมัติค่าตอบแทนคณะกรรมการของบริษัท เป็นเงิน 3,500,000 บาท และสิทธิประโยชน์ ต่างๆ (การใช้บริการต่างๆในกลุ่มธุรกิจในเครือ สำหรับกรรมการเท่านั้น โดยไม่สามารถแลกเป็นเงินสดแทนได้ เช่น ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจสนามกอล์ฟ เป็นต้น) คิดเป็นเงิน 1,600,000 บาท รวมเป็น 5,100,000 บาท แก่ คณะกรรมการบริษัท, คณะกรรมการบริหาร, คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัท
- ประธานกรรมการ 28,750 บาท ต่อคนต่อเดือน
- รองประธาน 17,500 บาท ต่อคนต่อเดือน
- กรรมการ 14,500 บาท ต่อคนต่อเดือน

2. ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริหาร
- ประธาน 26,250 บาท ต่อคนต่อครั้ง
- กรรมการ 8,750 บาท ต่อคนต่อครั้ง

3. ค่าตอบแทนคณะกรรมการตรวจสอบ
- ประธาน 17,500 บาท ต่อคนต่อเดือน
- กรรมการ 8,750 บาท ต่อคนต่อเดือน

4. ค่าตอบแทนคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
- ประธาน 17,500 บาท ต่อคนต่อครั้ง
- กรรมการ 8,750 บาท ต่อคนต่อครั้ง

5. ค่าตอบแทนสิทธิประโยชน์อื่นๆ คณะกรรมการบริษัท
- ประธาน 120,000 บาท ต่อคนต่อปี
- รองประธาน 120,000 บาท ต่อคนต่อปี
- กรรมการ 120,000 บาท ต่อคนต่อปี

นอกจากนี้ได้มีมติอนุมัติค่าบำเหน็จให้แก่คณะกรรมการ เป็นเงินจำนวน 3,380,000 บาท โดยให้คณะกรรมการจัดสรรบำเหน็จจำนวนดังกล่าวกันเอง

ค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูง

คณะกรรมการมีนโยบายและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงในระยะสั้น โดยการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงเป็นประจำทุกปีบนพื้นฐานของระบบ PMS (Performance Management System) ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยในการประเมินงาน 2 ด้าน คือ (1) ตัวชี้วัดผลงานหลัก (Key Performance Indicators : KPIs) เป็นภารกิจสำคัญที่ได้รับการถ่ายทอดจากบริษัทฯ ในแต่ละปีที่สนับสนุนเป้าหมายกลยุทธ์ ผลการดำเนินงาน และผลการปฏิบัติงานด้านการเงินของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหาร และ (2) สมรรถนะในการทำงาน (Competency) เป็นเครื่องมือสำหรับประเมินความสามารถของผู้ปฏิบัติงานเชิงพฤติกรรม ซึ่งกำหนดให้ผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายองค์กรอย่างมีคุณภาพ

ทั้งนี้ การจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้บริหารระดับสูงในระยะสั้น ได้จ่ายเป็นเงินเดือนโบนัสหรือผลตอบแทนรูปแบบอื่นตามผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และผลการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ซึ่งเปรียบเทียบได้กับเกณฑ์มาตรฐานในอุตสาหกรรมเดียวกัน

สำหรับการจ่ายค่าตอบแทนในระยะยาวจะเป็นในรูปของเงินกองทุน สำรองเลี้ยงชีพ ที่บริษัทฯ สบทบให้พร้อมกับส่วนของพนักงาน ซึ่งเป็นไปตามอัตราที่กำหนด และจะเพิ่มขึ้นตามอายุการปฏิบัติงานในบริษัทฯ ทั้งนี้คณะกรรมการยังมีการติดตามให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ประเมินผู้บริหารระดับสูงให้สอดคล้องกับหลักการประเมิน

สำหรับค่าตอบแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการได้กำหนดภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส เป็นธรรม และสมเหตุสมผล โดยคำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยมีคณะกรรมการการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณา

ซึ่งค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารประจำปี 2563 บริษัทฯได้แสดงอยู่ในหัวข้อการจัดการในหน้าที่ 126-128 ใน รายงานประจำปี 2563

14. การประชุมคณะกรรมการ

บริษัทฯ ได้กำหนดการประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบ ได้มีกำหนดการประชุมไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นทางการตลอดทั้งปีโดยจัดให้มีการประชุมเป็นประจำเดือนละครั้ง และอาจมีการจัดประชุมวาระพิเศษเป็นการเฉพาะเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อรับทราบและติดตามผลการดำเนินงานในเรื่องต่างๆ ของบริษัทฯ

ทั้งนี้สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริษัทที่จะต้องใช้มติในที่ประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และให้ถือมติคณะกรรมการเสียงข้างมากกรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียง ถ้าเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด กรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียเรื่องใด ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น

สำหรับการนำเสนอข้อมูลในแต่ละวาระจะมีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ เข้าชี้แจงข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้องในวาระนั้นๆ ต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรง โดยบริษัทฯ จะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมวาระการประชุมให้กรรมการแต่ละท่านล่วงหน้าก่อนวันประชุมคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อย 5 วันทำการ เพื่อให้กรรมการมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลก่อนวันประชุม ทั้งนี้ หากคณะกรรมการต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อขอข้อมูลได้จากเลขานุการบริษัท หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการได้ โดยในการประชุมคณะกรรมการสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผยและเป็นอิสระ รวมทั้งมีการจดบันทึกการประชุมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อจัดเก็บไว้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใช้ตรวจสอบอ้างอิงต่อไป ส่วนคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะจัดให้มีการประชุมเมื่อมีการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการการพิจารณาผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการจะจัดให้มีการประชุมเมื่อมีการพิจารณาทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีรวมถึงการสอบทานการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น ซึ่งในปี 2563 นี้คณะกรรมการชุดต่างๆ ได้จัดให้มีการประชุมขึ้นตามที่กำหนดขอบเขตหน้าที่ไว้อย่างสม่ำเสมอ

การเข้าประชุมของคณะกรรมการชุดปัจจุบันของบริษัทฯ ประจำปี 2563

  การประชุมคณะกรรมการ (การเข้าร่วมประชุม / การประชุมทั้งหมด)
รายชื่อ
คณะกรรมการบริษัทรวม 12 ครั้ง
คณะกรรมการบริหารรวม 12 ครั้ง
คณะกรรมการตรวจสอบรวม 15 ครั้ง
คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนรวม 1 ครั้ง
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีรวม 1 ครั้ง
1. นายบันเทิง ตันติวิท
12/12
-
-
-
1/1
2. นายศุภเดช พูนพิพัฒน์
11/12
12/12
-
1/1
1/1
3. นายกษมา บุณยคุปต์
12/12
-
15/15
-
1/1
4. นายประชา ใจดี
12/12
-
15/15
1/1
1/1
5. นายสุวิชญ โรจนวานิช
12/12
-
15/15
-
1/1
6. นางผาณิต พูนศิริวงศ์
12/12
-
-
1/1
1/1
7. นายปิยะพงศ์ อาจมังกร
11/12
12/12
-
-
1/1
8. นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล
12/12
12/12
-
-
1/1
9. นายหัชพงศ์ โภคัย
12/12
-
-
-
1/1
10. นายอติพล ตันติวิท
12/12
12/12
-
-
1/1

หมายเหตุ

  1. คณะกรรมการชุดปัจจุบัน :
    • คณะกรรมการบริหาร จำนวน 4 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 2, 7, 8 และ 10
    • คณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 3 ท่านได้แก่ลำดับที่ 3, 4 และ 5
    • คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 2, 4 และ 6
    • คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี จำนวน 10 ท่าน ได้แก่ลำดับที่ 1-10

นอกจากนี้ในปี 2563 กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (NonExecutive Director : NED) มีโอกาสประชุมระหว่างกันเอง เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมประชุมด้วยโดยประเด็นหลักในการพิจารณาของคณะกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารคือธุรกิจของ MBK GROUP มีความหลากหลาย (Diversification)โดยองค์กรจะต้องมีวางแผนด้านกลยุทธ์และบริหารจัดการความเสี่ยง รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มธุรกิจ และทันต่อสถานการณ์และเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่สำคัญประการหนึ่งคือการวางแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ

ทั้งนี้มีการจัดประชุมทั้งสิ้นจำนวน 2 ครั้ง ในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม

15. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย

1) การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ทั้งแบบรายคณะและประเมินกรรมการรายบุคคลเป็นประจำทุกปีโดยใช้แบบประเมินตนเอง (Board Self-Assessment)ซึ่งเป็นแบบประเมินที่สอดคล้องกับแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการปรับปรุง เพื่อให้สามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีโดยมีกระบวนการให้เลขานุการบริษัท เป็นผู้จัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานให้กับคณะกรรมการบริษัท เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานทั้งแบบรายคณะและรายบุคคล ซึ่งการตอบแบบสอบถามการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการ จะกำหนดให้กรรมการแต่ละท่านเป็นผู้ตอบและส่งให้เลขานุการบริษัท นำมาสรุปและนำเสนอผลการประเมินต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อนำผลประเมินมาใช้ในการพิจารณาความเหมาะสมขององค์ประกอบคณะกรรมการและทบทวน ผลงาน ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในระหว่างปีที่ผ่านมาและช่วยให้การทำงานของคณะกรรมการบริษัท มีประสิทธิผลมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการอีกด้วย

  • เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ตามแบบประเมินตนเองในแต่ละหัวข้อการประเมิน แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ
    0 = ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หรือไม่มีการดำเนินการในเรื่องนั้น
    1 = ไม่เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นเล็กน้อย
    2 = เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นพอสมควร
    3 = เห็นด้วยค่อนข้างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นดี
    4 = เห็นด้วยอย่างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นอย่างดีเยี่ยม
  • เกณฑ์การประเมินผลคะแนนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ
    มากกว่า 90 เท่ากับ ดีเลิศ,
    มากกว่า 80 เท่ากับ ดีมาก,
    มากกว่า 70 เท่ากับ ดี,
    มากกว่า 60 เท่ากับ พอใช้,
    ไม่เกิน 60 เท่ากับ ควรปรับปรุง

    ทั้งนี้ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองโดยคณะกรรมการบริษัท ประจำปี 2563 สรุปได้ดังนี้

ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองโดยคณะกรรมการรายคณะ

หัวข้อการประเมิน (ประเมินกรรมการรายคณะ) ผลการประเมิน
คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย
1) โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ 20.00 19.62
2) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 30.00 28.99
3) การประชุมคณะกรรมการ 15.00 14.71
4) การทำหน้าที่ของกรรมการ 15.00 14.79
5) ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ 10.00 10.00
6) การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร 10.00 9.54
รวมคะแนน 100.00 97.64

ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองโดยคณะกรรมการรายบุคคล

หัวข้อการประเมิน (ประเมินกรรมการรายบุคคล) ผลการประเมิน
คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย
1) โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ 30.00 28.88
2) การประชุมของคณะกรรมการ 30.00 30.00
3) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 40.00 39.80
รวมคะแนน 100.00 98.68

2) การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย

ในปี 2563 บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยทุกคณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยใช้แบบประเมินตนเอง (Board Self-Assessment) ซึ่งเป็นแบบประเมินที่สอดคล้องกับแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการปรับปรุง เพื่อให้สามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีกระบวนการให้เลขานุการบริษัท หรือ เลขานุการคณะกรรมการชุดต่างๆ เป็นผู้จัดทำแบบประเมินผลการปฏิบัติงานให้กับคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน ซึ่งการตอบแบบสอบถามการประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการชุดต่างๆ จะกำหนดให้กรรมการแต่ละท่านเป็นผู้ตอบและส่งให้เลขานุการบริษัท หรือเลขานุการคณะกรรมการชุดต่างๆ นำมาสรุป และนำเสนอผลการประเมินต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกปี

  • เกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ตามแบบประเมินตนเองในแต่ละหัวข้อการประเมิน แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ
    0 = ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หรือไม่มีการดำเนินการในเรื่องนั้น
    1 = ไม่เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นเล็กน้อย
    2 = เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นพอสมควร
    3 = เห็นด้วยคอนข้างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นดี
    4 = เห็นด้วยอย่างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นอย่างดีเยี่ยม
  • เกณฑ์การประเมินผลคะแนนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ
    มากกว่า 90 เท่ากับ ดีเลิศ,
    มากกว่า 80 เท่ากับ ดีมาก,
    มากกว่า 70 เท่ากับ ดี,
    มากกว่า 60 เท่ากับ พอใช้,
    ไม่เกิน 60 เท่ากับ ควรปรับปรุง

    ทั้งนี้ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองโดยคณะกรรมการชุดย่อย ประจำปี 2563 สรุปได้ดังนี้

ผลการประเมินการปฏิบัติงานตนเองของคณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี

หัวข้อการประเมิน (ประเมินกรรมการรายคณะ) ผลการประเมิน
คะแนนเฉลี่ย
คะแนนเต็ม คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี
1) โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ 20.00 18.75 20.00 20.00 19.25
2) การประชุมของคณะกรรมการ 20.00 20.00 20.00 20.00 20.00
3) บทบาท หน้าที่ และความรับ ผิดชอบของคณะกรรมการ 60.00 60.00 58.91 60.00 59.70
รวมคะแนน 100.00 98.75 98.91 100.00 98.95

3) การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ

คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการเป็นประจำทุกปีทั้งนี้ในส่วนของการพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบริษัท ได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาและกลั่นกรองในเบื้องต้น โดยพิจารณาตามความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมาย และผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยเทียบกับเป้าหมายของบริษัทฯ รวมทั้งสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ และเปรียบเทียบกับอัตราค่าตอบแทนของบริษัทในอุตสาหกรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อรายงานผลการประเมินที่ได้ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติต่อไป

ทั้งนี้สรุปผลการประเมินการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ ถือเป็นความลับเฉพาะบุคคลไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยเกณฑ์การประเมินผลแบ่งเป็น 2 ส่วนดังนี้

ส่วนที่ 1 : การประเมินผลจากดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI – Key Performance Indicator)
ส่วนที่ 2 : การประเมินระดับขีดความสามารถและศักยภาพ (Competency)

อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 ได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี แต่อาจไม่ครอบคลุมเกณฑ์การประเมินของโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate GovernanceReportofThaiListed Companies) และ ASEAN CG Scorecard ในบางเรื่อง ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังต่อไปนี้

  • ประธานกรรมการมิได้เป็นกรรมการอิสระ เนื่องจากประธานกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่หลากหลายที่เอื้อประโยชน์ต่อองค์กรเป็นอย่างยิ่ง
  • การกำหนดวิธีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการ โดยการลงคะแนนเสียงแบบสะสม (Cumulative Voting) ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เนื่องจากแนวปฏิบัติดังกล่าว ยังไม่เหมาะกับวิธีการนับคะแนนของบริษัทฯ
  • การกำหนดให้กรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงแจ้งต่อคณะกรรมการหรือผู้ที่กรรมการมอบหมายเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัทตนเองอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขาย เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดมาตรการการดูแลการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ โดยกำหนดห้ามคณะกรรมการผู้บริหาร หรือหน่วยงานที่ได้รับทราบข้อมูลภายใน เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่ เกี่ยวข้อง รวมทั้งห้ามมิให้ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อประโยชน์ส่วนตน
  • การกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท ควรประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระมากกว่า 50% นั้น บริษัทฯ มีการกำหนดนโยบาย และแนวทางในการปฏิบัติเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์ โดยมีข้อกำหนดมิให้กรรมการผู้ที่มีส่วนได้เสีย หรือเกี่ยวข้องเข้าร่วมพิจารณาในเรื่องที่ต้องมีการตัดสินใจอนุมัติต่างๆ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้หากวาระใดมีการพิจารณาเรื่องที่กรรมการท่านใดอาจมีส่วนได้เสีย หรือเกี่ยวข้องกรรมการท่านนั้นจะงดออกความเห็นในวาระดังกล่าว